เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค
เครื่องคำนวณจุดพิวอต
คำนวณแนวรับ (S1-S3) และแนวต้าน (R1-R3) ของวันนี้ จากราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อน รองรับทั้งสามวิธี คือ Classic, Fibonacci และ Camarilla
- ไม่ต้องสมัคร
- ฟรี
- คำนวณในเบราว์เซอร์
วางระดับสำคัญของวันนี้ไว้ล่วงหน้า
ผลลัพธ์
จุดพิวอต (PP)
-
แนวต้านที่ 1 R1
-
แนวรับที่ 1 S1
-
ระยะราคาของวันก่อน
-
-
-
-
รายการแนวรับและแนวต้านทั้งหมด
| ระดับ | ราคา | ระยะจาก PP | บทบาท |
|---|
วิธีอ่านผลลัพธ์นี้
PP (จุดพิวอต)
เส้นอ้างอิงของวันนี้ หลักพื้นฐานคือราคาเหนือ PP ถือว่าฝั่งซื้อได้เปรียบ ต่ำกว่า PP ถือว่าฝั่งขายได้เปรียบ
R (แนวต้าน) และ S (แนวรับ)
R คือระดับที่ราคามักหยุดขึ้น ส่วน S คือระดับที่ราคามักได้รับแรงพยุง ยิ่งตัวเลขมากยิ่งเป็นระดับที่อยู่ไกลออกไป
ไม่ใช่สัญญาณซื้อขาย
เส้นเหล่านี้ลากจากราคาของวันก่อนโดยกลไก แทนที่จะเข้าตามเส้นเพียงอย่างเดียว ควรเลือกระดับที่ทับซ้อนกับเหตุผลอื่น
วิธีคำนวณและข้อกำหนด
องค์ประกอบหลักที่ใช้คำนวณ
ราคาสูงสุด / ต่ำสุด / ราคาปิดของวันก่อน และวิธีคำนวณ
ใช้ในสถานการณ์แบบนี้
เมื่อกำหนดจุดทำกำไรและตัดขาดทุนของวันไว้ล่วงหน้า / เมื่อประเมินความแข็งอ่อนของตลาด
สูตรคำนวณ
PP = (สูงสุด + ต่ำสุด + ราคาปิด) ÷ 3 วิธี Classic ใช้ R1 = 2×PP − ต่ำสุด วิธี Fibonacci คูณระยะราคาด้วย 38.2 / 61.8 / 100% ส่วน Camarilla บวกลบ 1.1×ระยะราคา÷12 เป็นต้นจากราคาปิด
คำถามที่พบบ่อย
ทั้งสามวิธีต่างกันอย่างไร
Classic เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด หากไม่แน่ใจให้เริ่มจากวิธีนี้ Fibonacci คูณระยะราคาด้วย 38.2% และ 61.8% จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้การวิเคราะห์ฟีโบนักชีอยู่แล้ว ส่วน Camarilla ลากระดับแคบ ๆ รอบราคาปิด จึงมักใช้กับการเทรดสวนทางระยะสั้น
ใช้ราคาของช่วงเวลาไหนเป็นของวันก่อน
โดยทั่วไปใช้ราคาสูงสุด ต่ำสุด และราคาปิดของวันทำการก่อนหน้า โดยยึดเวลาปิดตลาดนิวยอร์กเป็นเส้นแบ่งวัน แต่เส้นแบ่งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ ตัวเลขของวันเดียวกันจึงต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ การดึงค่าจากกราฟรายวันที่คุณใช้เทรดจริงจึงแน่นอนที่สุด
ใช้จุดพิวอตอย่างไร
หลักพื้นฐานคือ ราคาที่เคลื่อนไหวเหนือ PP ถือว่าฝั่งซื้อได้เปรียบ ต่ำกว่า PP ถือว่าฝั่งขายได้เปรียบ จากนั้นใช้ R1 และ R2 เป็นเป้าหมายทำกำไรหรือจุดขายตอนเด้ง และใช้ S1 และ S2 เป็นจุดซื้อตอนย่อหรือจุดตัดขาดทุน เส้นเหล่านี้ไม่ใช่สัญญาณซื้อขายในตัวเอง แต่มีความหมายเมื่อทับซ้อนกับเหตุผลอื่น
กำหนดจำนวนทศนิยมอย่างไร
คู่ที่อ้างอิงเงินเยนอย่าง USD/JPY มักใช้ 3 ตำแหน่ง คู่ที่อ้างอิงดอลลาร์อย่าง EUR/USD มักใช้ 5 ตำแหน่ง ส่วนทองคำ (XAU/USD) มักใช้ 2 ตำแหน่ง โปรดตั้งให้ตรงกับจำนวนตำแหน่งที่กราฟของคุณแสดง
เมื่อวางแผนบริหารเงินทุนเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือการเลือก EA
ดู EA ฟรีและอันดับต่าง ๆ เพื่อเปรียบเทียบแนวทางที่เหมาะกับคุณ